สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ ในพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม
วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก ทรงมีพระบัญชาให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ ในพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานวิสุงคามสีมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม โดยมีนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางกณิกนันต์ ล้อสีทอง รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในจังหวัดนครปฐม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และ พุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ร่วมถวายการต้อนรับ
สำหรับพิธีประทานประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ในครั้งนี้ มีวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ในงวดที่ 1 และงวดที่ 2 ประจำปี 2567 จำนวน 434 วัด จากทั่วประเทศ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าอาวาสและพุทธศาสนิกชนในการพัฒนาวัด อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง
โอกาสนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้เชิญพระโอวาทสมเด็จพระสังฆราชฯ ความตอนหนึ่งว่า “วิสุงคามสีมา แปลว่า เขตแดนส่วนหนึ่งจากแดนบ้านคือที่ดินที่แยกต่างหาก จากที่ดินของบ้านเมือง เป็นเขตที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่พระสงฆ์เป็นการเฉพาะเพื่อใช้สร้างอุโบสถเป็นเครื่องหมายแห่งพระราชศรัทธาของ พระมหากษัตริย์ ที่ได้ทรงประกาศพระบรมราชูทิศ พระราชทานที่ดินและจำแนกพระราชอำนาจในการปกครองให้แก่ฝ่ายพุทธจักร เพื่อให้คณะสงฆ์สามารถประกอบสังฆกรรมสำคัญได้ทุกชนิด ตามหลักพระธรรมวินัย
เจ้าอาวาส ผู้ทำหน้าที่ปกครองบริหารกิจการวัด ตามที่คณะสงฆ์มอบหมาย ล้วนมีหน้าที่กวดขัน สอดส่อง ดูแลพระภิกษุสามเณรลูกวัดให้ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในพระธรรมวินัย กฎหมายบ้านเมือง และกฎระเบียบของทางคณะสงฆ์อย่างเคร่งครัด ต้องจัดการวัดให้เป็นสัปปายะเอื้อเฟื้อต่อการศึกษาพระปริยัติธรรม การเผยแผ่พระพุทธธรรม และการบำเพ็ญสมณธรรม ในขณะเดียวกัน “วัด” ในฐานะที่เป็นสถาบันสำคัญของชุมชนจะวางตนแปลกแยก หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคมมิได้ หากแต่ต้องเป็นกลไกสำคัญในการช่วยกล่อมเกลาจิตใจสมาชิกให้เป็นพลเมืองดีมีศีลธรรม หมั่นประกอบสัมมาชีพ เสริมสร้างความสามัคคีระหว่างชาวบ้านและชาววัด ให้ชาวบ้านต่างอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างผาสุกขอพระภิกษุสามเณรในวัด อย่าริทำตนอุตริ อย่าแสวงประโยชน์นอกจารีต กระหายลาภใคร่ยศ โดยวิธีอันมิชอบธรรม อย่าอวดดื้อถือดียึดทิฐิมานะของตนเป็นใหญ่ เหนือยิ่งไปกว่าพระธรรมวินัย จนผิดแผกไปจากครรลองของคณะสงฆ์ซึ่งบูรพาจารย์ได้สู้อุตส่าห์อบรมสั่งสอนและวางเนติแบบแผนอันดีงามไว้แล้ว
ขอเน้นย้ำภารกิจหลัก 6 ประการของคณะสงฆ์ไทย กล่าวคือ 1. การปกครอง 2. การศึกษา 3. การเผยแผ่ 4. การศึกษาสงเคราะห์ 5. การสาธารณสงเคราะห์ และ 6. การสาธารณูปการ ไว้ให้เป็นหน้าที่สำคัญสูงสุดสำหรับท่านเจ้าอาวาส และพระภิกษุสามเณร ขอจงพากเพียรปฏิบัติบริหารให้บังเกิดประสิทธิผล โดยราบรื่นเรียบร้อยครบถ้วนทุกด้าน อย่าให้บกพร่อง หรือหย่อนความสามารถไปในด้านหนึ่งด้านใดเพื่อวัดของท่านจักได้ชื่อว่าเป็นวัดดี เป็นศรีแห่งพระศาสนา สามารถอำนวยศุภผลยังประโยชน์เกื้อกูลแก่แผ่นดินนี้ได้ตลอดไป”
*********************************************
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครปฐม - ภาพ/ข่าว